เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
  
สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
สถาบันมาตราฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย

การละหมาดเกราะป้องกันความชั่วและอบายมุข

การละหมาดเกราะป้องกันความชั่วและอบายมุข


การละหมาดเกราะป้องกันความชั่วและอบายมุข


       ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย จงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และละทิ้งสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม แล้วเราจะได้รับความสำเร็จทั้งในโลกนี้และโลกหน้า


      การละหมาดเป็นรุก่น (หลักการ) ที่สองของรุก่นอิสลาม และเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งรองลงมาจากการปฏิญาณตนเป็นมุสลิม เพราะการละหมาดคือเสาหลักของศาสนาที่มุสลิมทุกคนจะต้องช่วยกันรักษาและคงไว้ตราบใดที่ชีวิตยังมีอยู่


      อัลลอฮฺได้กำชับบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายให้ช่วยกันรักษาและดำรงการละหมาดห้าเวลาไว้ ดังดำรัสของพระองค์ว่า

حَافِظُواْ عَلَى الصَّلَوَاتِ والصَّلاَةِ الْوُسْطَى وَقُومُواْ لِلّهِ قَانِتِينَ (سورة البقرة:238)


      ความว่า “พวกเจ้าจงรักษาการละหมาดทั้งหลายไว้ และละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง (คือ ละหมาดอัศริ) และจงยืนละหมาดเพื่ออัลลอฮฺโดยนอบน้อม” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 238)


      สิ่งสุดท้ายที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ฝากไว้กับเหล่าเศาะหาบะฮฺของท่านก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไปก็คือการละหมาดห้าเวลา การละหมาดเป็นศาสนกิจอันหนึ่งที่จะช่วยสานสายสัมพันธ์อันดีงามและมั่นคงระหว่างพระผู้เป็นเจ้ากับบ่าวของพระองค์ นับตั้งแต่เราเริ่มกล่าวตักบีรฺ(อัลลอฮุ อักบัรฺ) ก็แสดงให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ขณะนี้บ่าวกำลังเข้าเฝ้าอัลลอฮฺ พระองค์ผู้ทรงสร้าง เพราะว่าตั้งแต่ตักบีรจนถึงการให้สลาม เราจะเห็นได้ว่ากิริยามารยาทและทุกอิริยาบทที่ถูกแสดงออกมาในช่วงประกอบพิธีละหมาดนั้น คืออิริยาบทของบ่าวผู้อ่อนแอที่กำลังเข้าเฝ้าพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ คือ พระองค์อัลลอฮฺ


      ส่วนหนึ่งของประโยชน์สำหรับผู้ที่รักษาไว้ซึ่งการละหมาดก็คือ การละหมาดจะช่วยชำระบาป และจะช่วยชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ หรือบาปอันเป็นสิ่งโสโครกที่ติดอยู่ให้หมดสิ้นไป ดังหะดีษบทหนึ่งระบุว่า ความว่า “พวกท่านลองตอบสิว่า ถ้าหากว่าหน้าประตูบ้านของพวกท่านมีแม่น้ำไหลผ่าน เพื่อที่พวกท่านจะได้อาบน้ำชำระร่างกายห้าครั้งในทุกๆวัน แล้วท่านยังจะมีสิ่งสกปรกหรือกลิ่นตัวติดหรือค้างอยู่อีกไหม?” บรรดาผู้ที่ฟังท่านอยู่ตอบว่า จะไม่มีสิ่งสกปรกลงเหลือเลย ท่านก็กล่าวอีกต่อไปว่า “ดังนั้นการละหมาดห้าเวลาก็เช่นกัน อัลลอฮฺจะทรงชำระบาปและความผิดต่างๆ ของพวกท่านด้วยการละหมาด” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)


      ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ ความว่า “การละหมาดห้าเวลาและการละหมาดญุมอะฮฺ (ละหมาดวันศุกร์) หนึ่งไปยังอีกญุมอะฮฺหนึ่ง มีผลตอบแทนคืออัลลอฮฺจะทรงไถ่โทษ (ชำระบาป) ในสิ่งที่ไม่ไช่บาปใหญ่” (รายงานโดย มุสลิม)


      ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย การละหมาดมิใช่เพียงแต่สามารถชำระบาปและสิ่งโสโครกเท่านั้น แต่การละหมาดยังสามารถสร้างเกราะป้องกันบาปอีกด้วย ดังดำรัสของอัลลอฮฺที่ระบุว่า


إِنَّ الصَّلاَةَ تَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاء وَالْمُنكَرِ (سورة العنكبوت:45)


      ความว่า “แท้จริงการละหมาดสามารถยับยั้งมิให้กระทำความโสมมและความชั่ว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-อันกะบูต : 45)


      ท่านอบุลาลียะฮ์ได้อธิบายพระดำรัสของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่ทรงตรัสว่า
"แท้จริง การละหมาดนั้น จะยับยั้งสิ่งลามกทั้งหลาย และชั่วช้า ที่ศาสนาไม่ยอมรับ"


      ท่านอธิบายว่า แท้จริงในการละหมาดมีสามประการด้วยกัน ถ้าปราศจากประการใดประการหนึ่งในทั้งสามนี้ ก็ไม่ถือว่าการละหมาดนั้นเป็นการละหมาดเพื่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) สามประการนั่นก็คือ ความสุจริตใจ ความกลัว และการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นตัวบ่งชี้ที่กำชับให้กระทำความดี และยับยั้งจากความชั่ว นั่นเป็นเพราะว่าการละหมาดคือแสงสว่างที่จะช่วยส่องจิตใจของผู้ศรัทธาบนโลกดุนยานี้และในวันอาคิเราะฮฺให้สว่างไสว


      ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย การละหมาดนั้นสรรสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ละหมาดอันใหญ่หลวง ดังประการต่อไปนี้

  1. ป้องกันการกระทำความชั่ว ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหลีกเลี่ยงความชั่วร้าย หากปราศจากการละหมาดและขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ แล้วจะทำบาปได้อย่างไร หากคุณเต็มใจยืนอยู่ต่อหน้าอัลลอฮฺ 5 เวลาต่อวัน
     
  2. ทำให้จิตใจของคุณดีขึ้น การละหมาดตอบสนองความต้องการทางด้านจิตใจ ในการติดต่อสัมพันธ์กับผู้สร้าง ซึ่งจะทำให้จิตใจของคุณสงบและมีความพึงพอใจ ท่ามกลางการดำเนินชีวิตที่สับสนวุ่นวาย อัลลอฮฺทรงตรัสว่า “พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้น ทำให้จิตใจสงบ” (ซูเราะฮฺ อัรเราะอฺดุ อายะฮฺที่ 28)
     
  3. ทำให้คุณเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเย่อหยิ่งและยโสจะถูกกำจัดออกโดยการรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺและการพึ่งพาพระองค์ ซึ่งในละหมาด มุสลิมต้องวางศีรษะ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สูงที่สุดของร่างกายและแหล่งที่มาของสติปัญญาลงบนพื้นพร้อมกับกล่าวว่า “ มหาบริสุทธิ์แด่พระผู้อภิบาลของฉันผู้ทรงสูงส่งยิ่ง และการสรรเสริญเป็นสิทธิ์แด่พระองค์”
    พระองค์ตรัสว่า “แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาประสบความสำเร็จแล้ว บรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนในเวลาละหมาดของพวกเขา” (ซูเราะฮฺ อัลมุอฺมินูน อายะฮฺที่ 1-2)
     
  4. ชำระล้างบาป/ขจัดบาป  ทุกคนล้วนกระทำบาป อย่างไรก็ตาม อัลลอฮฺทรงเตรียมวิธีการขจัดบาปเหล่านั้นโดยผ่านการละหมาด  อัลลอฮฺทรงตรัสว่า “และเจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด…แท้จริงความดีทั้งหลายย่อมลบล้างความชั่วทั้งหลาย…” (ซูเราะฮฺ ฮูด อายะฮฺที่ 114)
     
  5. แก้ไขปัญหาของคุณ   หากคุณกระชับความสัมพันธ์กับอัลลอฮฺ รวมทั้งสิ่งถูกสร้างที่เหลือก็จะกระชับความสัมพันธ์กับคุณด้วยเช่นกันโดย ผ่านการละหมาด และอัลลอฮฺ ผู้ทรงอำนาจจะทรงแก้ปัญหาทุกอย่างของคุณ
     
  6. รวมมุสลิมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  การละหมาดญะมาอะฮฺปลูกฝังความเป็นภารดรภาพ ความเท่าเทียม และความอ่อนน้อมถ่อมตนระหว่างมุสลิมด้วยกัน โดยผู้ทำอิบาดะฮฺยืนเป็นแถวเดียวกันดั่งเรือนร่างเดียวกัน ไหล่เคียงไหล่ ปราศจากการแบ่งแยกทางเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ สีผิว ความมั่งมี วงศ์ตระกูล หรือสถานภาพ การแสดงออกซึ่งความเป็นเอกภาพนี้ช่วยทำลายกำแพงทั้งหมดที่กั้นระหว่างกัน พระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จะทรงรับการงานที่ดีจากบ่าวของพระองค์ จะทรงเพิ่มพูนรางวัล และผลบุญให้แก่เขา และในหัวอกที่บ่าวนั้นผูกพันอยู่กับการปฏิบัติ จากสิ่งที่ถูกต้องของการละหมาด ดังนั้นหากบ่าวดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีข้อบกพร่อง ยอมจำนนอยู่กับพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) จิตใจยึดโยงอยู่กับพระองค์ แน่นอนการละหมาดของเขาย่อมได้รับการตอบรับจากพระองค์ เพราะนั่นคือวิญญาณของการละหมาดที่ผูกพันอยู่กับพระองค์ตลอดเวลา

ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย ข้อคิดและบทเรียนที่ได้รับจากคุตบะฮ์ในวันนี้

  1. การละหมาดมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักการข้อที่สองของรุก่นอิสลาม
  2. การละหมาดคือการแสดงความเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺที่มุสลิมทุกคนต้องดำรงไว้อย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ
  3. การละหมาดเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ของผู้เป็นบ่าวกับพระผู้เป็นเจ้าของเขา
  4. การละหมาดห้าเวลาสามารถเป็นได้ทั้งการชำระล้างบาปและสิ่งสกปรกในจิตใจของมนุษย์ และยังเป็นเกราะกำบังจากการล่อลวงของชัยฏอนที่คอยชักจูงมนุษย์ในทางที่ผิด
  5. การละหมาดเป็นแสงสว่างให้กับมนุษย์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

 


โดย  อ.ปริญญา  ประหยัดทรัพย์
เลขานุการคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี
 

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
ดาวน์โหลดภาพพระราชกรณียกิจฯ
รวมคำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี
วารสารสำนักจุฬา
จดหมายข่าวสำนักจุฬาราชมนตรี
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
แผนที่มัสยิด

Copyright 2010-2012 Sheikhul Islam Office All rights reserved  www.skthai.org

สำนักจุฬาราชมนตรี   ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ  ถนนคลองเก้า แขวงคลองสิบ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530

 
  
view